บทที่ 8 3/2

‘พ่อจ๊ะ พ่อได้ยินฉันไหมจ้ะ’

“มีอะไร” น้ำเสียงราบเรียบเปล่งออกมา

‘มันมองแม่อยู่ด้านนอกนะจ๊ะ มันเห็นยันต์ของพ่อถึงไม่กล้าเข้ามา’

ครูสิงห์พยักหน้าก่อนจะหลับตาลงหวังจะได้รู้เรื่องราวต่อไป ทว่าเสียง ๆ หนึ่งกลับเอ่ยขึ้นอย่างเจื้อยแจ้ว

‘ที่พ่อยอมช่วยเขาเพราะว่าชาติก่อนเขาคือแม่ใช่ไหมจ๊ะ’ เด็กหัวจุกที่พึ่งจะโผล่ออกมาจากที่ไหนสักแห่งเอ่ยทักขึ้นพลางหัวเราะน้อย ๆ

“เอ็งอย่ามารู้ดีอ้ายแก้ว” พ่อครูสิงห์ว่าเสียงเข้ม

‘เขาเรียกว่ารู้ใจจ้ะพ่อ’ เด็กชายอายุราวสิบขวบ ท่อนล่างนุ่งผ้าโจงกระเบนสีเขียวปักดิ้นทอง มือและข้อเท้าทั้งสองข้างประดับไปด้วยกำไลสีทอง เด็กชายหัวเราะให้กับคำถามของตนเองก่อนจะเข้ามาเกาะแขนพ่อครูของมัน

“ลามปามใหญ่แล้วนะเอ็ง” พ่อครูมะเหงกใส่หน้าผากอ้ายแก้วไปอย่างไม่เต็มแรงนัก

‘โอ๊ยพ่อฉันเจ็บนะ’ กุมารน้อยเอามือจับหน้าผากพลางร้องโอดโอยบ่งบอกว่ามันนั้นเจ็บจริง ๆ

“น้อย ๆ หน่อยอ้ายแก้วเอ็งเป็นผีจะเจ็บได้อย่างไร”

‘ฮะ ๆ ฉันขอโทษจ้ะ’

“แล้วเองมีอะไร มาปลุกข้าทำไมแล้วทำไมไม่อยู่กับเขา”

‘พ่อหมายถึงแม่หรือจ๊ะ’ อ้ายแก้วยังคิดหยอกเย้าต่อตามประสาเด็กของมันแต่พ่อครูกับไม่เล่นด้วย สิงหเรศหยิบไม้ตะพดที่วางอยู่ข้าง ๆ กันนั้นหมายจะฟาดมัน ทว่าด้วยความเจ้าเล่ห์กุมารทองน้อยกลับหลบได้อย่างง่ายดาย

‘โอ๊ย! พ่อฉันล้อเล่นเอง อย่าตีฉันนะจ๊ะ’ แก้วร้องโอดครวญรีบถอยห่างออกไปไกล

‘ฮะ ๆ ฉันล้อเล่นจ้ะ’

“เดี๋ยวเอ็งจะโดนหวายลงอาคมของจริง” น้ำเสียงเคร่งขรึมว่าออกมา ทว่าแววตากลับแฝงไปด้วยความเอ็นดูต่อเด็กหัวจุกตรงหน้าตน กุมารทองตนนี้ติดตามรับใช้เขามานาน สิงหเรศจึงเอ็นดูมันอยู่มากพอสมควร ส่วนสาเหตุที่มันมาเป็นกุมารทองไม่ยอมไปผุดไปเกิดนั้นก็เพราะเขา มันเคยบอกว่าอยากจะตอบแทนบุญคุณของพ่อครูสิงห์ที่ช่วยให้มันพ้นจากเงื้อมมือหมอผีใจร้ายมาได้ อ้ายแก้วจึงขอติดตามรับใช้พ่อครูผู้นี้มาตลอด

“เอ็งไปได้แล้วอ้ายแก้ว”

‘จ้ะพ่อ’

เพชรพรรณารายไม่เคยรู้สึกว่าตนหลับสบายเช่นนี้มาก่อน เขาตื่นมาพร้อมกับดวงหน้าที่สดใสกว่าทุกวันมากมายนัก จนหลาย ๆ คนในวังต่างยกยิ้ม

เห็นที่การที่ให้พ่อครูสิงห์แต่งงานกับคุณชายเล็กของวังจะเป็นเรื่องดีไม่น้อย นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งออกไปคุณชายเล็กก็ดูจะสดใสกว่าเมื่อหลายวันก่อนมากนัก

“อรุณสวัสดิ์ครับแม่นมอร” เพชรพรรณารายทักทายอีกฝ่ายที่กำลังจัดเตรียมโต๊ะอาหารด้วยน้ำเสียงสดใสก่อนที่จะส่งชุดสูทสีกรมให้กับแม่ปิ่นสาวรับใช้ที่ยืนรอรับอยู่

“ท่านพ่อท่านแม่ล่ะครับนม”

“ทรงออกไปสมาคมกันตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ อีกสักประเดี๋ยวคุณชายใหญ่ก็คงจะลงมาแล้ว ส่วนคุณชายฉัตรยังไม่ตื่นเลยค่ะ จะให้ป้าไปปลุกให้ไหมคะ”

“อย่าดีกว่าครับนม พี่ชายฉัตรคงจะเหนื่อยจากการเดินทาง ให้เขาพักผ่อนเถอะครับ”

เพทายสาวพยักหน้ารับก่อนจะเหลือบไปเห็นว่าคุณชายใหญ่เดินเข้ามาพอดี เธอจึงสั่งให้สาวใช้ยกกาแฟเข้ามา หากแต่อยู่ ๆ บรรยากาศในห้องทานอาหารก็เริ่มเปลี่ยนไป เงาดำขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นด้านหลังของเพชรพรรณารายจนดูน่าขนลุกซู่

ชลาธิศนิ่งค้าง เหลือบตามองเงาดำตรงด้านหลังของน้องชาย น้ำเสียงสั่นเครือก็ค่อยๆ เปล่งออกมา “ชายเล็ก”

“มีอะไรหรือเปล่าครับพี่ชายใหญ่ ทำไมทำหน้าแบบนั้น” เพชรถามออกไปเพราะเห็นว่าพี่ชายใหญ่มองตนด้วยสายตาแปลกประหลาดราวกับหวาดกลัวอะไรบางอย่าง

ทว่าไม่ทันที่คุณชายใหญ่จะเอ่ยปากตอบ เพชรพรรณารายก็นิ่งงันไป ทั้งยังหน้านิ่งไม่ไหวติง ดวงตาแปลเปลี่ยนเป็นดำสนิท ทั้งยังเอาแต่มองจานอาหารตรงหน้า ขณะที่ยื่นมือออกไปหยิบอาหารเข้าปากอย่างมูมมาม

“เฮ้ย! ชายเล็ก”

“คุณชายเล็กเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ” แม่นมอรร้องโวยวายออกมา ขณะที่คุณชายเล็กผู้แสนจะเรียบร้อยและสุภาพกำลังใช้มือยัดอาหารตรงหน้าเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม อีกทั้งรอบกายยังมีกลุ่มควันสีดำรายล้อม

การกระทำของคุณชายเล็กดูน่าขยะแขยงและสะอิดสะเอียนจนไม่อาจจะทนมองได้ ชลาธิศเข้าใจว่าตนเองกำลังเจอกับอะไร เขารีบกระชากแขนของเพชรพรรณารายทั้งยังเรียกสติอีกฝ่ายอยู่หลายประโยค ทว่าเขากลับโดนเหวี่ยงออกมาด้วยแรงมหาศาล

“พ่อครูสิงห์” ชลาธิศพึมพำขึ้นแผ่วเบาเมื่อเห็นว่าใครบางคนยืนดูด้านหลังของเขา พ่อครูสิงห์เห็นเช่นนั้นก็รีบวางมือลงบนศีรษะของเพชรก่อนจะเริ่มบริกรรมคาถา

“สัพเพ พุทธา สัพเพ ธัมมา สัพเพ สังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยัง พะลัง อะระหันตานัญจะ เตเชนะ รักขัง พันธามิ สัพพะโส[1]”

เสียงกรีดร้องโหยหวนของนางผีร้ายดังออกมาก่อนที่สลายไปในชั่วพริบตา

แม้จะรู้ว่าพ่อครูสิงห์ได้ไล่มันออกไปแล้วหากแต่ทุกคนก็ยังตกอยู่ในอาการหวาดกลัวและตกใจในขณะเดียวกันเพชรเองก็เริ่มได้สติขึ้นมา

“พี่ชายใหญ่ครับ นมอรครับ” กล่าวเรียกทั้งสองด้วยน้ำเสียงสั่นกลัวเล็กน้อย

“นี่นายจริง ๆ ใช่ไหมชายเล็ก” ชลาธิศเอ่ยถามอย่างไม่ใคร่แน่ใจเท่าใดนัก เพชรมองหน้าทุกคนอย่างสับสน ก่อนจะเห็นว่าบนโต๊ะอาหารนั้นเละเทะกระจัดกระจายเพียงใดราวกับว่ามีพญาแร้งฝูงใหญ่มารุมทึ้งกินมัน

นี่มันฝีมือเขาอย่างนั้นหรือ

“เกิดอะไรขึ้นครับ” เพชรเอ่ยถามเพราะทุกคนเอาแต่แน่นิ่งทั้งยังไม่กล้าที่จะสบตาเขา ภายในห้องจึงตกอยู่ใต้ความเงียบสงัด แม้แต่แม่นมอรก็ยังดูหวาดกลัวเขา

“คุณ” คราวนี้เขาจึงหันไปถามพ่อครูสิงห์ที่ยืนเงียบอยู่แทน

“เอ็งถูกมันสิง”

“เขาต้องการเอาชีวิตผมหรือ” เพชรเอ่ยถามไม่เต็มเสียงนักทั้งที่เขาเองก็พอจะคาดเดาได้บ้าง

“เขาไม่ได้ต้องการเอาชีวิตเอ็งหรอก แต่ต้องการจะมาแทนที่เอ็งต่างหากเพชรพรรณาราย”

[1] พระคาถามหาจักรพรรดิ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป